สาวเข้าเครื่อง MRI พลาดมี “อุปกรณ์โลหะ” ในร่างถูกแรง ดูดมหาศาลเกือบไม่ร.อด

การตรวจด้วยเครื่อง MRI (Magnetic Resonance Imaging) เป็นเทคโนโลยี เพื่อสร้างภาพ ทางการแพทย์ที่ใช้สนามแม่เหล็กกำลังสูงร่วมกับคลื่นวิทยุ อวัยวะภายในร่างกายอย่างละเอียด โดยไม่มีการใช้รังสีเอกซเรย์ จึงเป็นวิธีที ได้รับความนิยมในการวินิจฉัยโรคของสมอง กระดูกสันหลัง ข้อ กล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม แม้การตรวจ MRI จะมีความปลอดภัยสูงสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่หากในร่างกายมีโลหะบางชนิดหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่รองรับ สนามแม่เหล็ก ก็อาจเกิดอันตรายร้ายแรงได้ กรณีหญิงสาวรายหนึ่งที่มีการ แชร์ต่อบนโลกออนไลน์ หลังเกือบได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากการเข้าตรวจ MRI ทั้งที่ยังมีอุปกรณ์โลหะอยู่ในร่างกาย ได้กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้ หลายคนตระหนักถึงความสำคัญของการแจ้งประวัติสุขภาพอย่างครบถ้วน แพทย์อธิบายว่า เครื่อง MRI สร้างสนามแม่เหล็กที่มีความแรงมาก หากมี โลหะที่สามารถถูกสนามแม่เหล็กดึงดูด อาจเกิดการเคลื่อนตัว ความร้อน หรือทำให้อุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิดทํางานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้ แม้ปัจจุบันอุปกรณ์ฝังในร่างกายหลายชนิดจะถูกออกแบบให้ใช้ร่วม กับ MRI ได้ แต่ก็จำเป็นต้องตรวจสอบรุ่นและเงื่อนไขการใช้งานก่อนทุกครั้ง

ก่อนเข้ารับการตรวจ เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการผ่าตัดและ สิ่งที่อาจเป็นโลหะภายในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ คลิปหนีบหลอด เลือดสมอง ประสาทหูเทียม เครื่องปั๊มยา ฝังโลหะจากอุบัติเหตุ เศษโลหะใน ดวงตา รวมถึงอุปกรณ์ทางทันตกรรมบางประเภท นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังต้อง ถอดเครื่องประดับ นาฬิกา บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ กุญแจ เหรียญ และ สิ่งของโลหะทั้งหมดก่อนเข้าห้องตรวจ
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การมีโลหะในร่างกายไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถ ตรวจ MRI ได้เสมอไป เพราะอุปกรณ์ทางการแพทย์รุ่นใหม่จํานวนมากได้รับ การรับรองว่า “MRI Conditional” ซึ่งสามารถตรวจได้ภายใต้เงื่อนไขที กำหนด แต่การตัดสินใจต้องอยู่ภายใต้การประเมินของรังสีแพทย์และทีมผู้
เชี่ยวชาญ
สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการปกปิดข้อมูล เพราะบางคนเกรงว่าการตรวจจะ ล่าช้าหรือยกเลิก ทั้งที่ข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ ป่วยโดยตรง หากไม่แน่ใจว่าตนเองมีวัสดุโลหะชนิดใดฝังอยู่ ควรแจ้งเจ้า หน้าทีเพื่อให้ตรวจสอบจากประวัติการรักษาหรือเอกสารการผ่าตัดก่อน

นอกจากโลหะที่อยู่ภายในร่างกายแล้ว ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์หากกำลังตั้ง ครรภ์ มีประวัติแพ้สารทึบรังสีที่ใช้ในการตรวจบางประเภท หรือมีภาวะกลัวที่ แคบ (Claustrophobia) เพราะทีมแพทย์สามารถวางแผนการตรวจหรือให้ ความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้
แม้เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุจากเครื่อง MRI จะพบไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นอาจมีความรุนแรงได้ ดังนั้น การตอบแบบสอบถามก่อนตรวจอย่าง ละเอียด ปฏิบัติตามคำแนะน่าของเจ้าหน้าที่ และแจ้งข้อมูลสุขภาพอย่างตรง ไปตรงมา คือวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยง
การตรวจ MRI ยังคงเป็นเครื่องมือวินิจฉัยที่มีประโยชน์และมีความปลอดภัย สูงเมื่อดำเนินการตามมาตรฐานทางการแพทย์ ความร่วมมือของผู้ป่วยในการ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การตรวจเป็นไปอย่าง ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *