
เมื่อเวลา 13.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันราษฎร์ หรือ”สวพ.91″ ถนนพหลโยธิน นายศักดิ์ศรี เกษศรีแก้ว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 5 ต.ศรีแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทศ 8421 กรุงเทพมหานคร ได้น่าทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 540 บาท มูลค่า 13 ล้านบาท มาส่งคืนให้กับเจ้าของ คือ นายเอกรัตน์ กนก วรรณกรณ์ เจ้าของร้านค้าทองเยาวราช ภายในห้างบิ๊กซี จ.อุบลราชธานี ที่ลืม กระเป๋าใส่ทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 540 บาท มูลค่าประมาณ 13 ล้านบาท ไว้ ในรถแท็กซี่คันดังกล่าว หลังจากน่าทองรูปพรรณมาเปลี่ยนลวดลายที่ เยาวราช กรุงเทพฯ ก่อนเรียกแท็กซี่จากแยกเอสเอบี ถนนวรจักร กรุงเทพฯ ให้มาส่งในตลาดสี่มุมเมือง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี แล้วลืมกระเป๋าใส่ ทองรูปพรรณจํานวนดังกล่าวไว้ในรถแท็กซี่ จึงเข้าแจ้งความไว้กับตำรวจ สภ.คูคต จากนั้น นายเอกรัตน์ ประกาศให้รางวัลสินน้ำใจ 5 แสนบาท หาก แท็กซี่น่าทองคำมาคืน

นายศักดิ์ศรี โชเฟอร์แท็กซี กล่าวว่า หลังจาก นายเอกรัตน์ ลงจากรถแท็กซี่ ย่านตลาดสี่มุมเมือง จึงตรวจสอบบริเวณที่นั่งด้านหลัง พบกระเป๋าใส่ของวาง อยู่ จึงเปิดออกดูพบสร้อยคอทองคำเป็นจำนวนมาก และพยายามขับรถวนหา เจ้าของเพื่อนำส่งคืน แต่ขับวนอยู่สักพักไม่พบเจ้าของ ซึ่งไม่ทราบว่าจะน่าไป คืนให้ที่ไหน ระหว่างนั้นได้เล่าให้ นายมนูญ เนตรลอย เพื่อนคนขับแท็กซี และเป็นสมาชิก สวพ.91 ฟังเพื่อให้โทรศัพท์ติดต่อ สวพ.91 ว่า พบกระเป๋าใส่ ทองวางอยู่หลังรถ และต้องการป่าส่งคืนเจ้าของ จนกระทั่ง ส.อ.ศักดิ์พงษ์ บุญ ยวุฒิ ทหารสังกัด ร.1 พัน 4 รอ. ซึ่งเป็นหลานชาย เห็นภาพข่าวทาง หนังสือพิมพ์ว่าเจ้าของคือนายเอกรัตน์ จึงประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อ
น่าทองค่ามาส่งคืนเจ้าของ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงไม่รีบแจ้งตำรวจเมื่อมีผู้โดยสารลืมทองคำไว้มาก ขนาดนี้ นายศักดิ์ศรี กล่าวว่า ที่ไม่แจ้งตำรวจ เพราะทองคำอยู่กับตนไม่หาย แน่นอน และต้องการคืนเจ้าของด้วยตัวเอง โดยไม่คิดเอาทองคำเหล่านี้มา เป็นของตัวเอง เพราะหลังจากเปิดกระเป๋าดูแล้วพบว่าเป็นกล่องใส่ทองคำ 10 กล่อง ซึ่งเมื่อเปิดดูแค่ 3 กล่อง ก็รู้ว่าเป็นทองคำจึงไม่เปิดดูอีก และช่วง 2 วัน ที่ผ่านมา พยายามขับรถวนหาเจ้าของทองในบริเวณตลาดสี่มุมเมือง อย่างไร ก็ตาม ขอยืนยันว่า ตนไม่ได้ต้องการทองคำเหล่านี้ โดยที่ผ่านมา เคยมีผู้ โดยสารลืมทรัพย์สินในรถแท็กซี่ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ และกระเป๋า แต่ ก็ส่งคืนเจ้าของทั้งหมด
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.นายเอกรัตน์ เสียเจ้าของทองค่า ได้เดินทางมารับ ทองรูปพรรณคืนทั้งหมด โดยเปิดแกะกล่องที่ปิดด้วยกระดาษกาว ซึ่งบรรจุ ทองคำไว้จำนวน 10 กล่องดู ก็พบว่า ทองคำทั้งหมดอยู่ครบ ไม่ได้สูญหาย ทั้งนี้ นายเอกรัตน์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้ทองคำคืน ซึ่งอยาก ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถติดตามทองคืนมา และอยากขอบคุณนาย ศักดิ์ศรี แท็กซี่พลเมืองดี ที่มีนํ้าใจเก็บกระเป๋ามาคืนให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการรับมอบทองคืนแล้ว นายเอกรัตน์ ได้มอบ สร้อยคอทองคำาจํานวน 2 เส้น หนัก 5 บาท และ 3 บาท มูลค่า 2 แสนบาท ให้ เป็นสินนํ้าใจ และจะมอบเงินสด 5 แสนบาทให้ภายหลัง ตามที่ตั้งรางวัลไว้


